Apinya's profileNighthug's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 17

    คน...เเละ...คน

    ไหนไหนก็ไม่ได้อัพสเปซนานมากทีเดียว เอาซะหน่อยนึง

                     ได้ดูหนังการ์ตูนที่ชอบมากเรื่องหนึ่ง และเป็นเรื่องที่ติดใจถึงทุกวันนี้ ไม่ได้ติดใจที่มีอัศวินสาวแบบเซลเลอร์มูนออกมาสู้กับปีศาจ หรือติดใจที่พระเอกกล้ามโตแถมฮีโร่ออกมาแอ่นอกปกป้องโลกหรอกนะ ความเป็นคน ที่สะท้อนอยู่ในทุกตัวละครต่างหาก ที่ชอบเหลือเกิน

                    ไม่รู้ว่าอยู่ในกรอบของศาสนามากไปรึเปล่า เพราะตั้งแต่ลืมตาเกิด เราเองก็โตมาพร้อมกับความคิดเรื่องบางสิ่งบางอย่างที่สิ่งไม่ดีในตัวคน จะเรียกว่า ความมืดทำนองนั้นคงได้ ความมืดในตัวเรามีตั้งแต่เล็กๆน้อยๆไปถึงอาการหนักจนต้องบำบัดกันยกใหญ่ ความอิจฉา ความต้องการครอบครองบางสิ่ง ความกลัว ความต้องการยืดชีวิตของตน ความโกรธเกลียด นี่ละมั้งความมืด ภาวะที่เราน่าจะเคยประสบสักครั้งในชีวิต ภาวะที่เรารู้สึกว่ามันช่างสกปรก น่ารังเกียจและควรหลีกห่างให้ไกล

                    น่าประหลาดใจ การ์ตูนอนิเมชั่นเรื่องนี้ กลับเสนอความมืดนี้ในมุมที่แตกต่างออกไป แน่นอนว่าเรื่องรักร้าวอกหักเศร้าตรมคงมีบ้างเพื่อเรียกความติดหนึบกับผู้ชมตาดำๆ เรื่องนี้เสนอความรักในมุมสามเศร้า ชายหญิงคู่หนึ่งที่ความรักก่อตัวจากความต่าง ทั้งเขาและเธอต่าง ต่างจากโลกที่ตนอยู่ คนหนึ่งเป็นมนุษย์ผู้หญิง ที่ไม่สามารถมีรัก ไม่สามารถรื่นเริงและมีชีวิตเช่นคนธรรมดาได้ การเผยจุดอ่อนเพียงเล็กน้อยนั่นหมายถึง ชีวิตและโลกทั้งใบที่อาจทลายลงตรงหน้า อีกฝ่ายเป็นลูกครึ่งระหว่างมนุษย์และปีศาจ อ่อนแอสำหรับปีศาจจนน่ารังเกียจ และเป็นที่เดียดชังของมวลมนุษย์จากความต่างนั้น ทั้งสองรักกัน และเรื่องราวน่าจะจบลงด้วยดี แต่ความไม่เชื่อใจกันก่อเกิดรอยร้าว จนต้องเคียดแค้นและชิงชังกัน ฝ่ายครึ่งอสูรถูกผนึกนิรันดร ส่วนฝ่ายหญิงสาวเลือกตายตกตามกันไป

                    แต่แล้ว เมื่อเวลาผันผ่าน หญิงสาวอีกคนที่มีวิญญาณอันคุ้นเคยได้ก้าวเข้ามาตรงหน้าครึ่งอสูรที่พ้นจากผนึก ความอ่อนโยนระคนเข้มแข็งจากดวงวิญญาณเดิม แต่ดูต่างจากเดิมของเธอ เปิดพื้นที่ให้เธอแทรกเข้ามา เละสำหรับเธอก็เช่นกัน ถึงแม้ต่างฝ่ายต่างรู้ แต่ก็ยังรู้ดีว่า ฝ่ายอสูรหนุ่มเลือดผสมยังเฝ้าติดตามและห่วงหาดวงวิญญาณเดิมดวงนั้นตลอดเวลา คนเป็นไม่อาจชนะคนตาย ภาพทรงจำหอมหวานและสวยงามกว่าภาพตรงหน้า หญิงสาวอิจฉา และริษยา ความแข็งแกร่งทั้งหมดของเธอเกิดรอยปริร้าวขึ้นมาหนึ่งจุดเล็กๆ และกลายเป็นหายนะ ความมืดบอดในใจของเธอกลายเป็นจุดอ่อน เหมือนที่เรารู้สึกกับความมืดมิดนั้น ว่ามันน่าเกลียด ขยะแขยงและเป็นจุดอ่อนของเราที่ไม่ต้องการให้ใครล่วงรู้ แต่สิ่งสำคัญนั้นหลุดออกมาจากปากของเธอ

                    แน่นอนว่าฉันนั้นอิจฉาและริษยาเป็นที่สุด ฉันเจ็บใจที่หัวใจของเขาไม่มีฉัน ที่เขาไม่ลืมเธอ แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกที่อยากสาปแช่ง หรือทำร้ายทั้งสองคน มันไม่ใช่ความชั่วร้ายแบบนั้น เพราเรื่องแบบนี้ ถ้าเป็นมนุษย์ก็ต้องมีทั้งนั้น และที่มีก็เพราะชอบคนคนนั้นมากยังไงล่ะ ความมืดจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ  กลับกันความมืดทำให้เรารู้สึกว่าเรายังเป็นคนเช่นนี้อยู่ ไม่ใช่คนที่ชั่วร้าย แต่เป็นคนที่มีความรู้สึก สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การทำให้ตัวเองความพิสุทธิ์ ปลอดจากคราบไคลและฝุ่นผง แต่เป็นการถ่วงสมดุลภายในตัวต่างหาก การโอบอุ้มความดำมืดและความดีงามเอาไว้ด้วยกัน ความกล้าที่จะยอมรับว่าเรามีความมืดมิดนั้น และการตรงไปตรงมากับตัวเองน่าจะเป็นสิ่งสำคัญกว่าการหลีกเลี่ยง ความเป็นคนนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการเสียสมดุลแล้วพลาดพลั้ง แต่ความเป็นคนนั้นก็สร้างความดีงามหลายอย่างจากการตัดสินใจเลือก ไม่ใช่ดีงามเพราความสะอาด แต่ดีงามที่สามารถเปื้อนฝุ่นและโคลนตมโดยที่ไม่จมอยู่ในสิ่งเหล่านั้นนั่นเอง